ประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

ประเพณี-วัฒนธรรม

ประเพณี สงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งเป็นเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้ มีลักษณะทั้งความเป็นประเพณีประจำชาติ และประเพณีท้องถิ่น เนื่องจากว่าเมื่อถึงวันที่ 13,14,15 เมษายนของทุกปี ประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง และใต้ ถือปฏิบัติประเพณีสงกรานต์กันทุกภูมิภาค โดยมีองค์ประกอบส่วนร่วมที่ปฏิบัติเหมือนกัน ได้แก่ การทำบุญ สรงน้ำพระ และรดน้ำผู้ใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ถือปฏิบัติแตกต่างกันไปตามสภาพ ทางสังคมวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้น ๆ เพราะฉะนั้นเมื่อศึกษาประเพณีสงกรานต์ดังกล่าวจึงต้องพิจารณาลักษณะรูปแบบ ต่าง ๆ ที่แสดงออกซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นท้องถิ่นเข้าด้วยกัน

ประเพณีสงกรานต์ถือเป็นประเพณีการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทยที่ยึดถือ ปฏิบัติมา แต่โบราณ ช่วงวันสงกรานต์จึงเป็นวันแห่งความเอื้ออาทร ความรัก ความผูกพัน ที่มีต่อกันทั้งครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสนา ทำให้สมาชิกของครอบครัวได้มีโอกาสมาอยู่ร่วมกันเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตา เช่น ลูกหลานนำสิ่งของมาเยี่ยมเยียน และรดน้ำขอพรจากบิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย รวมทั้งแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ การสร้างความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน ได้แก่ การร่วมกันทำบุญให้ทาน การก่อพระเจดีย์ทรายและเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา การเล่นสาดน้ำเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงร่วมกัน นอกจากนี้ ยังสร้างความรู้สึกผูกพันกลมเกลียวต่อบุคคลในสังคมเดียวกัน และสร้างความรู้สึกหวงแหนในสาธารณสมบัติของสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือน วัดวาอาราม ตลอดจนอาคารสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ดังกล่าว เป็นสิ่งที่ควรมีการสืบสานให้คงอยู่ตลอดไป

การวิจัยประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ในบทนี้ ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ที่ทำการวิจัยถึงการสืบสานประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ในด้านการอนุรักษ์ และการสืบทอด ดังรายละเอียดต่อไปนี้

songkan

ต้นกำเนิดของอำเภอเชียงคาน

ประเพณี สงกรานต์คงมีต้นกำเนิดมาจากพิธีของชาวฮินดู หรือพิธีพราหมณ์ โดยที่พม่าอาจจะรับมาเป็นชาติแรกในแถบนี้ สำหรับประเพณีสงกรานต์ของไทยก็เช่นกันอาจจะได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียโดย ผ่านพม่า ซึ่งในระยะที่รับคติสงกรานต์มาจากพม่านั้นคงเป็นช่วงก่อนสมัยสุโขทัย คือตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 ประเพณีสงกรานต์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ยังไม่มีการกล่าวถึง เพราะกรุงศรีอยุธยารับอิทธิพลจากพราหมณ์มากกว่าพระพุทธศาสนา ประเพณีสงกรานต์เริ่มจะมาเป็นที่นิยมกันมากในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรม โกศ โดยมีพระราชพิธีก่อพระทรายตลอด 3 วันคือ ทั้งวันมหาสงกรานต์ วันเนาและวันเถลิงศก ส่วนประเพณีสงกรานต์สมัยรัตนโกสินทร์ ยิ่งเพิ่มความสำคัญและความสนุกสนานจนเป็นประเพณีที่นิยมกันมากและได้ปรับ ปรุงเพิ่มเติมจากสมัยกรุงศรีอยุธยาอีกหลายพิธีด้วยกัน โดยเฉพาะพิธีหลวง ประเพณีสงกรานต์ที่ไทยรับมาเดิมนั้นจะมีพิธีพราหมณ์เป็นหลักจึงไม่ได้ความ นิยมจากประชาชนเท่าใดนัก เมื่อพระพุทธศาสนารุ่งเรืองขึ้นพิธีที่ทำในประเพณีสงกรานต์จึงค่อยเปลี่ยน แปลงไปตามคติพระพุทธศาสนา มีการทำบุญตักบาตร สวดมนต์ทำทาน ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ ก่อกองทราย การปล่อยนกปล่อยปลา การสรงน้ำพระ ฯลฯ ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ไทย ที่ประชาชนชาวไทยยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ และฝังลึกเข้าไปในวิถีชีวิตของประชาชนชาวไทย ประเพณีสงกรานต์ของภาคอีสานมีลักษณะคล้ายคลึงกับประเพณีสงกรานต์ของลาวทาง เมืองหลวงพระบาง ซึ่งชาวอีสานถือว่าเป็นเทศกาลทำบุญเดือนห้า

ตามหลักธรรมเนียม ฮีตสิบสอง ประเพณีสงกรานต์ของประชาชนชาวจังหวัดเลย สืบทอดกันมาเป็นระยะเวลายาวนานและเป็นประเพณีที่ยึดเหนี่ยวให้ประชาชนมีความ สัมพันธ์กัน โดยมาประกอบพิธีและเล่นสนุกสนานร่วมกัน ตลอดทั้งส่งเสริมให้เกิดการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติคุณธรรมในพระพุทธศาสนา ส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นต้น ประเพณีสงกรานต์ของอำเภอเชียงคาน เป็นวิถีชีวิตของประชาชนชาวเชียงคานที่ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมานาน โดยประชาชนชาวเชียงคานถือว่าเป็นวัฒนธรรมของชุมชนที่งดงาม โดดเด่นและฝังลึกเข้าไปในวิถีชีวิตของประชาชนชาวเชียงคานมาช้านานแล้ว แม้กระทั้งชาวต่างประเทศก็ยังให้ความสำคัญ และสนใจประเพณีสงกรานต์อำเภอเชียงคานและมาร่วมประเพณีสงกรานต์อยู่ทุก ๆ ปี โดยมีการจัดงานขึ้นในเขตเทศบาลตำบลเชียงคาน คือวันที่ 13 14 15 เดือนเมษายนของทุก ๆ ปี โดยวันที่ 13 เมษายน ถือเป็นวันมหาสงกรานต์ ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระพุทธรูป พระภิกษุสงฆ์และสามเณร รดน้ำขอพรจากผู้สูงอายุและมอบของที่ระลึกให้แก่ผู้สูงอายุประจำคุ้มวัดต่าง ๆ ในเขตเทศบาลตำบลเชียงคาน

จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะทำการวิจัยประเพณีสงกรานต์อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และเพื่อศึกษาการสืบสานประเพณีสงกรานต์อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยในด้านการอนุรักษ์และการสืบทอด
การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตของการวิจัยไว้ ประกอบด้วยขอบเขตด้านพื้นที่ เป็นการวิจัยเฉพาะประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วยผู้นำทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 6 รูป ผู้นำชุมชน ได้แก่ นายกเทศมนตรี ประธานองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู อาจารย์ จำนวน 6 คน ประชาชนที่อาศัยอยู่ในอำเภอเชียงคาน จำนวน 30 คน โดยแบ่งออกเป็นคณะกรรมการวัด จำนวน 5 คน คณะกรรมการชุมชน จำนวน 5 คน ประชาชนผู้อาวุโสที่อาศัยอยู่ในอำเภอเชียงคาน จำนวน 10 คน เยาวชน จำนวน 10 คน และประชาชนที่เข้ามาท่องเที่ยวในอำเภอเชียงคาน จำนวน 10 คน และขอบเขตด้านเวลา เริ่มรวบรวมข้อมูลและศึกษาภาคสนาม วิเคราะห์และเรียบเรียงข้อมูล ตั้งแต่ เดือนเมษายน พ.ศ. 2546 จนถึง เดือนเมษายน พ.ศ. 2548

การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เน้นการวิจัยแบบสหวิทยาการ เช่น การศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ คติชนวิทยา สังคมวิทยา มานุษยวิทยา และภาษาศาสตร์ ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่ ขั้นรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย กองวิชาการและแผนงานเทศบาลตำบลเชียงคาน และสำนักการศึกษาเทศบาลตำบลเชียงคาน เป็นต้น โดยแยกเป็น 3 กลุ่ม คือ เอกสารเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความเป็นมาของอำเภอเชียงคาน เอกสารที่เกี่ยวข้องกับประเพณี พิธีกรรมและวัฒนธรรม งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประเพณี พิธีกรรมและวัฒนธรรม ในการเก็บข้อมูลภาคสนาม ผู้วิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง เนื่องจากการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ต้องใช้ความรอบคอบและความละเอียดอ่อน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์และถูกต้องเที่ยงตรง โดยผู้วิจัยเน้นการเก็บรวบรวมข้อมูลและตีความจากการสังเกตและการสัมภาษณ์ เป็นหลัก โดยใช้วิธีการสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ของ ประชาชนชาวอำเภอเชียงคาน ด้วยแบบสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม การสัมภาษณ์บุคคลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และความเป็นมาของ อำเภอเชียงคานและประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เพื่อรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยดังกล่าว ด้วยแบบสัมภาษณ์ที่มีโครงสร้าง และแบบไม่มีโครงสร้าง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยกล้องถ่ายรูป เครื่องบันทึกเสียง แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต สมุดจดบันทึก ขั้นการจัดกระทำข้อมูลในการวิจัย ประกอบด้วยข้อมูลประเภทเอกสารและข้อมูลภาคสนาม ตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด จำแนกข้อมูลออกเป็นหมวดหมู่ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยและประเด็นที่ทำการวิ จัย วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยและประเด็นสำคัญที่ต้อง การวิจัย และนำข้อมูลพื้นฐานที่เก็บได้มาใช้ประกอบในการวิเคราะห์ ขั้นนำเสนอผลการวิจัย โดยนำเสนอผลการวิจัยด้วยวิธีการพรรณนาวิเคราะห์

ปัจจุบัน การท่องเที่ยวมีนัยสำคัญในความหมายทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นทั้ง ช่วยเสริมรายได้ และทำให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนส่งผลให้เศรษฐกิจในแต่ละท้องถิ่นเจริญเติบโต อย่างมีประสิทธิภาพ ดังที่ ประพันธ์ โพธิสาร (สัมภาษณ์, 15 เมษายน 254 ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ได้กล่าวถึงคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจของการท่องเที่ยวไว้ สรุปได้ว่า การท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้ในรูปเงินตรา ทำให้เกิดการลงทุนทางธุรกิจทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงและโดยอ้อม ทำให้เกิดการจ้างงานและทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินตรา ตลอดจนการกระจายรายได้ให้แก่ท้องถิ่น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับภูมิภาคนี้ในระดับสูง ทำให้เกิดคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งเห็นได้จากการที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้ามาร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ทำให้ธุรกิจการค้าในท้องถิ่นมีความคล่องตัวมากขึ้น มีรายได้จากการจับจ่ายใช้สอย ทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภคตามห้างร้านสรรพสินค้าและร้านค้าทั่ว ๆ ไป สังเกตได้จากร้านค้าทั่วไปจะมีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับประเพณีสงกรานต์มาวาง ขายเพิ่มขึ้น เช่น สินค้าจำพวกอุปกรณ์เครื่องเล่นสงกรานต์ ดินสอพอง เครื่องหอมต่าง ๆ ส่วนร้านที่ขายเสื้อผ้าจะมีเสื้อผ้าที่มีลวดลายสีสันสดใส งดงาม มาวางขายให้กับประชาชนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวให้เลือกกันมากมาย โดยส่วนมากแล้วผู้จำหน่ายจะนำสินค้ามาจำหน่ายในราคา ที่ค่อนข้างจะสูงกว่าเดิมเพราะเป็นช่วงเทศกาล ดังที่ สมลี พันจันทร์ (สัมภาษณ์, 15 เมษายน 254 เจ้าของร้านขายของบริเวณแก่งคุดคู้ บ้านน้อยหาดพรหม ได้กล่าวไว้ สรุปได้ว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์รายได้ของที่ร้านค้าจะมากกว่าช่วงอื่น ๆ เพราะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จะเข้ามาซื้อสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคและของที่ระลึกของฝากต่าง ๆ จึงส่งผลให้วงจรเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะทางด้านการค้าขายในช่วงประเพณีสงกรานต์จะมีความคล่องตัวและ มีเงินทุนหมุนเวียนสูงกว่าปกติ

จากที่กล่าวมาข้างต้น พบว่างานประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน มีส่วนส่งผลให้เศรษฐกิจในชุมชนให้คล่องตัวมากขึ้น ทำให้เกิดรายได้จากการประกอบอาชีพทั้งร้านขายของเครื่องอุปโภคบริโภค ร้านขายอาหาร และรวมทั้งธุรกิจเกี่ยวกับที่พักเพิ่มมากขึ้นเป็นกรณีพิเศษ ทำให้เงินตราแพร่สะพัดเข้ามาก่อให้เกิดการกระจายรายได้ในชุมชน ส่วนประชาชนในท้องถิ่นส่วนใหญ่ก็นำเงินเก็บในบ้านหรือเงินที่นำมาฝากกับ สถาบันการเงินออกมาซื้อขายใช้สอย ทำให้มีการหมุนเวียนของเงิน ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวมของอำเภอเชียงคาน กระตุ้นไปในทางที่ดีขึ้น

จากการวิจัย พบว่างานประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย มี กิจกรรมทั้งที่กระทำกันในระดับครองครัว และกระทำกันในระดับชุมชนโดยสมาชิกในสังคมเข้าร่วมงานด้วยกัน ทำให้กลุ่มเครือญาติและกลุ่มผู้ร่วมงานเหล่านั้นมีบทบาทหรือความสัมพันธ์ต่อ กัน ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ในงานประเพณีสงกรานต์เป็นตัวกำหนดและเป็นกลไกเชื่อมโยงให้กลุ่มบุคคลเหล่า นั้นแสดงบทบาทออกมาหรือเป็นตัวส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน สิ่งเหล่านี้จะบูรณาการเข้าเป็นคุณค่าทางด้านสังคมวัฒนธรรมได้ในที่สุด
สรุป ได้ว่า การสืบสานประเพณีสงกรานต์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ในด้านการสืบทอด ประกอบด้วย กิจกรรมนันทนาการ เช่น การละเล่นรื่นเริง และการเล่นสาดน้ำและการประกวดเทพีสงกรานต์ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น การรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ การเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย และการทำความสะอาดบ้านเรือน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ควรสืบทอดและส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตลอดไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*

Lost Password